เชื่อมั้ยว่า คนกว่าค่อนประเทศรอบเอเชียเก่งภาษาเกาหลีได้จากซีรีส์ และเก่งภาษาญี่ปุ่นได้จากการเสพซีรีส์และอนิเมะ? แนวคิดการเรียนรู้ประเภทนี้ถูกเรียกว่า Edutainment (Education + Entertainment) ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดแบบไม่ต้องยัดเยียดเข้าสมอง!
หากคุณใช้ Minna no Nihongo ในการเริ่มต้น ถือว่าคุณมาถูกทางแล้วสำหรับเรื่องไวยากรณ์! แต่ถ้าคุณใช้มันเพื่อฝึก "การสนทนา" เมื่อคุณไปเจอคนญี่ปุ่นของจริงคุณจะช็อค! นี่คือ 3 สื่อบันเทิงยอดฮิตที่ช่วยชีวิตนักเรียนไทย
จุดเด่นของการดูวาไรตี้โชว์ของคนญี่ปุ่นคือ การได้ซึมซับ "ซับไตเติ้ลก้อนโต" ที่พวกเขามักจะนำมาประดับบนหน้าจอ มันช่วยตอกย้ำให้คุณเห็นตัวหนังสือคันจิชัดๆ ในขณะที่ฟังเสียงพิธีกรตะโกนไปด้วย ส่วนละคร J-Drama ก็มีบทพูดคุยเรื่องความรักแบบละมุนๆ ที่ใช้งานได้จริงสุดๆ
สายชิวแค่ร้องป๊อปเจป๊อปซ้ำไปซ้ำมา คุณก็จะได้รูปทรงการเรียงประโยคเข้าหัวไปแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นหนอนหนังสือ การอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น (Manga) ที่มี ฟุริกานะ (อักษรฮิรางานะเล็กๆ ด้านบนตัวคันจิ) ก็ช่วยกระบวนการอ่านแบบรวดเร็วได้ดีสุดๆ
เมื่อหนังสือเรียนขยับไม่ได้ และอนิเมะมันผ่านไปเร็วเกินไป! Visual Novel (เกมจีบสาว 2D แบบหนังสือ นิยายภาพ) คือจุดตัดที่สมบูรณ์แบบ มันเป็นหนังสือที่มีภาพตัวละครเคลื่อนไหวได้ และคุณเป็นคนกดคลิกให้เรื่องดำเนินไปเอง!
เกม Tokyo Romantic Journey ของเรา ได้นำแนวคิดการเรียนแบบบันเทิงนี้มาต่อยอด โดยเปลี่ยนกรอบข้อความให้เป็นสองภาษาแบบ 100% ตัวคันจิชัดเจน และมีคำแปลภาษาไทยด้านล่าง
เพื่อให้การอ่านของคุณไม่ถูกซิงค์ด้วยอารมณ์ฟูมฟายที่เกินเหตุ เราปฏิเสธการใช้ Seiyuu (นักพากย์) แต่หันมาติดตั้งสคริปต์ขั้นสูงด้วย TTS (Text To Speech) แบบสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะให้เสียงสาวญี่ปุ่นสำเนียงกลางแบบน่ารักๆ อ่านคันจิตัวยากให้คุณฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไม่เหนื่อย!
ตราบใดที่คุณยังสนุกไปกับเนื้อเรื่องของเกมและหลงไหลในความน่ารักของยุยจัง คุณจะไม่มีวันรู้สึกว่า "คุณกำลังเรียนหนังสือ" แต่คุณจะพบว่าตัวคุณสนทนาโต้ตอบคันจิและไวยากรณ์ด้วยซับไตเติ้ลภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว!